วันไหว้ครู



        "การบูชาครู" หรือ "การไหว้ครู" เป็นประเพณีสำคัญที่มีมาแต่โบราณ และมีอยู่ในแทบทุกสาขาอาชีพของคนไทย ถือเป็นพิธีกรรมที่แสดงความเคารพ และระลึกถึงพระคุณของบูรพาจารย์ ครูอาจารย์ผู้ประสิทธิ์วิชาความรู้ให้ ทำให้เราสามารถนำไปประกอบวิชาชีพ สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ตนเองและครอบครัวได้ในอนาคต

        ในความหมายของ "การไหว้ครู" ก็คือ การที่ศิษย์แสดงความเคารพ ยอมรับนับถือครูบาอาจารย์อย่างจริงใจ ว่าท่านเป็นผู้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมความรู้ ศิษย์ในฐานะผู้สืบทอดมรดกทางวิชาการ จึงพร้อมใจกันปวารณาตัวรับการถ่ายทอดวิชาความรู้ด้วยความวิริยะอุตสาหะ เพื่อให้บรรลุปลายทางแห่งการศึกษาตามที่ตั้งใจเอาไว้ ซึ่งการไหว้ครูนี้ นอกจากจะเป็นธรรมเนียมอันดีงามที่มีส่วนโน้มน้าวจิตใจคนให้รักษาคุณความดีและช่วยธำรงรักษาวิทยาการให้สืบเนื่องต่อไปแล้ว การที่ศิษย์แสดงความเคารพยอมรับนับถือครูตั้งแต่เบื้องต้น ก็มีส่วนทำให้ครูเกิดความรัก ความเมตตาต่อศิษย์ อยากมอบวิชาความรู้ให้อย่างเต็มที่ และศิษย์เองก็จะมีความรู้สึกผูกพันใกล้ชิด เกิดมั่นใจว่า ตนจะมีผู้คุ้มครองดูแล สั่งสอนให้ไปสู่หนทางแห่งความดีงาม และความเจริญก้าวหน้าแน่นอน 

        พิธีไหว้ครู หรือ การไหว้ครู นี้มีหลายอย่าง เช่น การไหว้ครูนาฏศิลป์ ไหว้ครูดนตรี ไหว้ครูโหราศาสตร์ ไหว้ครูแพทย์แผนไทย เป็นต้น ซึ่งแต่ละอย่างก็จะมีรายละเอียดแตกต่างกันออกไป แต่โดยทั่วไป เมื่อเอ่ยถึง พิธีไหว้ครู เรามักจะหมายถึง การไหว้ครูในสถาบันการศึกษาต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะทำในช่วงเปิดภาคการศึกษา โดยปกติสถานศึกษามักจัดพิธีไหว้ครูขึ้นในวันพฤหัสบดีวันใดวันหนึ่งในราวเดือนพฤษภาคมหรือเดือนมิถุนายน 

https://sites.google.com/a/hi-supervisory5.net/npt2/theskal/hiw-khru/%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B9.jpg

https://sites.google.com/a/hi-supervisory5.net/npt2/theskal/hiw-khru/images.jpg

ดอกไม้ที่ใช้ในการไหว้ครู

        ในพิธีไหว้ครูนับตั้งแต่สมัยก่อน จะใช้ดอกไม้หลัก 3 อย่างในการทำพาน ซึ่งดอกไม้ ความหมายในการระลึกคุณครู ได้แก่

หญ้าแพรก สื่อถึง ขอให้เรียนได้เร็วเหมือนหญ้าแพรก ที่โตได้เร็วและทนต่อสภาพดินฟ้า อากาศ ทนต่อการเหยียบย่ำ ซึ่งเปรียบเสมือน คำดุด่าของครูบาอาจารย์

ดอกเข็ม สื่อถึง ขอให้มีสติปัญญาเฉียบแหลม เหมือนชื่อของดอกเข็ม

ดอกมะเขือ สื่อถึง การเปรียบเทียบว่า มะเขือนั้น จะคว่ำดอกลงเสมอเมื่อจะออกลูก แสดงถึง นักเรียนที่จะเรียนให้ได้ผลดีนั้นต้องรู้จักอ่อนน้อม ถ่อมตน เป็นคนสุภาพเรียบร้อย เหมือนมะเขือที่โน้มลง

ข้าวตอก เนื่องจากข้าวตอกเกิดจากข้าวเปลือกที่คั่วด้วยไฟอ่อน ๆ ให้ร้อนเสมอกันจนถึงจุดหนึ่งที่เนื้อข้างในขยายออก จนดันเปลือกให้แยกออกจากกัน ได้ข้าวสีขาวที่ขยายเม็ดออกบาน ซึ่งสามารถนำไปประกอบพิธีกรรม หรือทำขนมต่างๆได้ ดังนั้น ข้าวตอกจึงเป็นสัญลักษณ์ของความมีระเบียบวินัย หากใครสามารถทำตามกฎระเบียบ เอาชนะความซุกซนและความเกียจคร้านของตัวเองได้ ก็จะเหมือนข้าวตอกสีขาวที่ถูกคั่วออกจากข้าวเปลือก


สถานที่
        1. โต๊ะหมู่บูชา โดยตั้งไว้ที่สูงบนเวทีชิดด้านหลัง ข้างหน้ามีกระถางดอกไม้และธูปเทียน และ โต๊ะ เพื่อวางพานดอกไม้และธูปเทียนที่นำมาบูชา
        2. หนังสือ เพื่อให้ประธานเจิม โดยเอาหนังสือวางไว้บนพาน บนโต๊ะเล็กหน้าที่บูชา
        3. ที่นั่งประธาน และ คณาจารย์ จัดไว้ข้าง ๆ ที่บูชา


พิธีการ 
        เมื่อประธานมาถึง ให้กราบทำความเคารพ จนกว่าคุณครูทุกท่านจะผ่านไปหมดทุกคน 
        ให้ประธานจุดธูปเทียน นมัสการพระพุทธรูปที่แท่นหมู่บูชา
        เริ่มพิธีโดยการสวดมนต์ ตามด้วยเจิมหนังสือเพื่อความเป็นสิริมงคล
        หลังจากนั้นกล่าวคาถาไหว้ครู และวรรคแรกของคำไหว้ครู
        เมื่อกล่าวคำไหว้ครูเสร็จแล้ว ให้ว่าคาถาไหว้ครูตอนท้าย
        ตัวแทนนักเรียนกล่าวคำปฏิญาณตน
        ให้ตัวแทนของแต่ละห้องนำพานไปให้คุณครูแต่ละท่าน 


คาถาไหว้ครู
        ปาเจราจริยาโหนติ  คุณุตตรานุสาสกา” แปลว่า ครูบาอาจารย์เป็นผู้มีคุณยิ่ง เป็นผู้พร่ำสอนศิลปวิทยา
        ปัญญาวุฒิกเร เต เต ทินโนวาเท นมามิหัง” แปลว่า ข้าพเจ้าขอนอบน้อมครูบาอาจารย์ผู้ให้โอวาทเหล่านั้น

        
ปาเจราจริยา โหนฺติ คุณุตฺตรานุสาสกา
    ข้าฯ ขอประณตน้อม สักการ / บูรพคณาจารย์ / ผู้กอปรเกิดประโยชน์ศึกษา / ทั้งท่านผู้ประสาทวิชา / อบรมจริยา / แก่ข้าฯ ในกาลปัจจุบัน
    ข้าฯ ขอเคารพอภิวันท์ / ระลึกคุณอนันต์ / ด้วยใจนิยมบูชา / ขอเดชกตเวทิตา / อีกวิริยะพา / ปัญญาให้เกิดแตกฉาน
    ศึกษาสำเร็จทุกประการ / อายุยืนนาน / อยู่ในศีลธรรมอันดี / ให้ได้เป็นเกียรติเป็นศรี / ประโยชน์ทวี / แก่ข้าฯ และประเทศไทยเทอญฯ
        ปญญาวุฑฒิกเร เต เต ทินโนวาเท นมามิหัง


เพลงที่ใช้บรรเลงในวันไหว้ครู (เพลงสาธุการ) > คลิก
       เพลงสาธุการ เป็นเพลงหน้าพาทย์ชั้นสูง มีความหมายของเพลงเพื่อแสดงการน้อมไหว้และเคารพบูชา เป็นเพลงประกอบพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณ์ มีบทบาทสำคัญทั้งในงานพระราชพิธีและพิธีของประชาชนทั่วไป ใช้สำหรับพิธีการมงคลต่าง ๆ เป็นเพลงแรกในการบรรเลงโหมโรง ซึ่งถือว่าเป็นเพลงศักดิ์สิทธิ์นำความมงคลมาสู่ทั้งผูฟัง ผู้บรรเลง ผู้แสดง และสถานที่ เพลงสาธุการใช้บรรเลงในการอัญเชิญพระรัตนตรัยเทพยดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตลอดจนครูบาอาจารย์ ทั้งหลายให้มาประชุมในโรงพิธี
ในวัฒนธรรมดนตรีของไทย ใช้เพลงสาธุการเป็นเพลงแรก ฝึกหัดฆ้องวงใหญ่ก่อนที่จะเรียนเพลงอื่น ๆ โดยผู้เรียนจะต้องผ่านการครอบหรือยกครู ทำนองทางฆ้องเพลงสาธุการเป็นลูกฆ้องอิสระที่เอื้ออำนวยให้นักดนตรี แสดงภูมิปัญหา สร้างสรรค์ พัฒนาทำนองและการใช้มือฆ้อง ทำให้เพลงนี้มีทางเพลงมากมายในปัจจุบัน เพลงสาธุการมี 2 แบบ คือ “สาธุการธรรมดา” กับ “สาธุการกลอง” แต่เพลงสาธุการกลองนั้นไม่ใคร่ได้ใช้ในพิธีอื่นเท่าใดนัก ใช้แต่ในพิธีไหว้ครูดนตรี
        เพลงสาธุกาารตามตำนานกล่าวว่า เป็นเพลงที่เทดาแต่งให้ให้แก่มวลมนุษย์ เพื่อเป็นการบูชาต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดย นายเสรี หวังในธรม (ศิลปินแห่งชาติ) เป็นผู้แต่งขึ้นตามเค้าเรื่องจากหนังสือดนตรีในพระธรรมวินัยของ นายธนิต อยู่โพธิ์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร กล่าวไว้เป็นเรื่องว่า เมื่อพระอิศวรทรงเสด็จออกเทวะสภา และไม่เป็นเหล่าเทวดานางฟ้ามาเข้าเฝ้าพระองค์ดังเช่นทุกครั้ง เมื่อพระทราบว่าเหล่าเทวดานางฟ้าต่างพากันไปเฝ้าพระพุทธเจ้ายังมนุษยโลก เพื่อฟังธรรมเทศนา พระอิศวรทรงไม่พอพระทัย ทั้งยังสงสัยว่า พระพุทธเจ้าเป็นใครถึงมีอำนาจเหนือกว่าพระองค์ จึงเสด็จลงไปดูแล้วเนรมิตระบำ รำฟ้อน ดนตรี ให้มีเสียงกึกก้องรบกวนสมาธิของเหล่าผู้ฟังธรรมในที่นั้น แต่ก็ไม่เกิดผลแต่อย่างใด ก็ทรงพิโรธหนัก จึงท้าประลองฤทธิ์ โดยพระองค์จะกำบังกายหายไปตามที่ต่างๆ ซึ่งพระพุทธเจ้าบอกได้หมดไม่ว่าพระอิศวรจะซ่อนในสวรรค์ มนุษยโลก หรือยมโลก แต่พอมาถึงคราวพระพุทธเจ้าซ่อนกายหายไปแม้พระอิศวรจะทรงเพ่งณานอย่างไรก็ไม่ เห็นได้ จึงขอยอมแพ้ พระพุทธเจ้าเพียงซ่อนอยู่บนมุ่นมวยผมของพระอิศวร ถ้าจะให้เสด็จลงมาให้พระอิศวรทรงเนรมิตดนตรีบรรเลง โดยทรงตรัสว่า "ดนตรีนั้นเป็นเครื่องทำให้โลกผาสุก" พระอิศวรจึงทรงยอมและให้บรรเลงเพลงสาธุการขึ้น
        เพลงสาธุการเป็นเพลงที่มีรูปแบบและทำนองทางฆ้องกำหนดไว้อย่างมีกฎเกณฑ์ คือส่วนที่เป็นประโยคนำ 1 ประโยค ส่วนที่เป็นเนื้อทำนอง 54 ประโยค เนื้อทำนองแบ่งเป็นเที่ยวแรกและเที่ยวหลัง มีลักษณะรูปแบบ ABAC ทำนองเที่ยวแรกเริ่มจาก รูปแบบ A ถึง B เที่ยวหลังย้อนซ้ำทำนองที่รูปแบบ A แล้วแยกทำนองไปยังรูปแบบ C ซึ่งมีชื่อเรียกเฉพาะว่า สาธุการเที่ยวน้อยหรือพระเจ้าเปิดโลก ส่วนระดับเสียงลูกตกมี 6 เสียงคือ เสียงเร มี ฟา ซอล ลา และที
        เพลงสาธุการกำกับจังหวะด้วยหน้าทับสาธุการ จัดเป็นหน้าทับเฉพาะ กำหนดชุดของทำนองออกเป็นท่า ท่าหนึ่งแบ่งเป็น 4 ตอน แต่ละตอนจะมีความยาวเท่ากับ 4 จังหวะหน้าทับปรบไก่ หรือ 4 ประโยคเพลง การกำกับหน้าทับเริ่มด้วยเสียงตะโพนนำ จากนั้นจึงเป็นทำนองดนตรี ใช้หน้าทับกำกับทำนอง 3 ท่า แล้วออกตอนที่ 1 ลงจบด้วยสองจังหวะท้ายของตอนที่ 4 สำหรับทำนองทางฆ้องเพลงสาธุการในตำแหน่งเดียวกันและในตำแหน่งอื่นซึ่งมีระดับเสียงลูกตกเดียวกัน มีความหลากหลายในการดำเนินทำนองและการใช้มือฆ้อง
        ที่มา http://www.oknation.net/blog/print.php?id=91568







กิจกรรมในวันไหว้ครู
โรงเรียนในสังกัด สพป.นครปฐม เขต 2
 
ปี 2561  > คลิก

ปี 2560  > คลิก



ตัวอย่าง พานไหว้ครู > คลิก

http://lifestyle.campus-star.com/diy/13645.html/attachment/%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81-%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B2-30

https://sites.google.com/a/hi-supervisory5.net/npt2/theskal/hiw-khru/201106172.jpg?attredirects=0


https://sites.google.com/a/hi-supervisory5.net/npt2/theskal/hiw-khru/885998-img.ralhao.24p.jpg?attredirects=0




ปาเจราจริยา โหนฺติ
คุณุตฺตรานุสาสกา

ข้าฯ ขอประณตน้อม สักการ
บูรพคณาจารย์
ผู้กอปรเกิดประโยชน์ศึกษา

ทั้งท่านผู้ประสาทวิชา
อบรมจริยา
แก่ข้าฯ ในกาลปัจจุบัน

ข้าฯ ขอเคารพอภิวันท์
ระลึกคุณอนันต์
ด้วยใจนิยมบูชา

ขอเดชกตเวทิตา 
อีกวิริยะพา
ปัญญาให้เกิดแตกฉาน

ศึกษาสำเร็จทุกประการ
อายุยืนนาน
อยู่ในศีลธรรมอันดี

ให้ได้เป็นเกียรติเป็นศรี ประโยชน์ทวี
แก่ข้าฯ และประเทศไทยเทอญฯ

ปญญาวุฑฒิกเร เต เต
ทินโนวาเท นมามิหัง


ท่องเว็บวันไหว้ครู

http://hilight.kapook.com/view/24859

http://campus.sanook.com/1369256/

https://www.facebook.com/%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%99-%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%A8-828722243922201/photos/?tab=album&album_id=939226156205142

https://sites.google.com/a/hi-supervisory5.net/npt2/theskal/hiw-khru/7926941675118.jpg

https://sites.google.com/a/hi-supervisory5.net/npt2/theskal/hiw-khru/%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%99%20%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87.jpg

Comments