วันสมเด็จพระนเรศวร


วันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

25 เมษายน ร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ แห่งองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ผู้ทรงกอบกู้อิสรภาพของไทย

        วันนี้ตรงกับวันที่ 25 เมษายน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวันที่คนไทยควรร่วมน้อมรำลึกถึง เนื่องจาก 25 เมษายนของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระมหากษัตริย์นักรบผู้ยิ่งใหญ่และกล้าหาญ ในอดีตพระองค์ได้กอบกู้อิสรภาพของไทย และทำนุบำรุงบ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนปกปักรักษาเอกราชของชาติจนทำให้มีประเทศไทยอย่างเช่นทุกวันนี้ ซึ่งกิจกรรมในวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จะมีการจัดกิจกรรมวางพวงมาลาเพื่อเป็นการถวายความจงรักภักดี และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์

        คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามมติคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีคณะ ที่ 7 (ฝ่ายกฎหมาย) ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม) เป็นประธานที่เห็นชอบกำหนดให้ วันที่ 25 เมษายนของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็น วันรัฐพิธีแทนวันจันทร์ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 6 โดยให้มีการวางพวงมาลาสักการะและไม่ถือเป็นวันหยุดราชการ และกำหนดให้วันที่ 18 มกราคมของทุกปี เป็นวันยุทธหัตถี เป็นวันรัฐพิธี แทนวันที่ 25 มกราคมของทุกปี

        วันสมเด็จพระนเรศวรคือ วันคล้ายวันสวรรคตของพระนเรศวรมหาราช ซึ่งตรงกับวันที่ 25 เมษายน พ.ศ.2148 สาเหตุเพราะ สมเด็จพระนเรศวรทรงพระประชวรเป็นหัวระลอก (ฝี) ขึ้นที่พระพักตร์ พระอาการหนัก สมเด็จพระเอกาทศรถเสด็จฯ มาถึงได้ 3 วัน สมเด็จพระนเรศวรก็เสด็จสวรรคต เมื่อวันจันทร์ ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง ตรงกับวันที่ 25 เมษายน พ.ศ.2148 สิริพระชนมพรรษา 49 พรรษา สิริดำรงราชสมบัติ 14 ปีเศษ สมเด็จพระเอกาทศรถจึงได้อัญเชิญพระบรมศพสมเด็จพระนเรศวรกลับกรุงศรีอยุธยา 
        แผ่นดินไทยร่มเย็นเป็นสุขว่างจากการศึกสงคราม เป็นเวลาถึง 100 ปีเศษ ซึ่งที่ผ่านมา สมเด็จพระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีพระราชกรณียกิจ เป็นคุณประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองด้วยการทรงอุทิศพระวรกายทำราชการสงครามเกือบตลอดรัชสมัย ซึ่งพระบรมเดชานุภาพอันยิ่งใหญ่ของพระองค์นั้นแผ่ไพศาล ทำให้อริราชศัตรูเกิดความยำเกรงในอำนาจ


วัตถุประสงค์การจัดงานวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

    1. เพื่อเผยแพร่เกียรติคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผู้เป็นพระมหากษัตริย์นักรบผู้ยิ่งใหญ่และกล้าหาญ
    2. เพื่อเป็นการถวายความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
    3. เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจ ทำนุบำรุงบ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนปกปักรักษาเอกราชของชาติ

ภาพจาก Dmitry Chulov / Shutterstock.com


แนวทางการส่งเสริมการจัดกิจกรรม

พิธีวางพวงมาลา
        เพื่อเป็นการถวายความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ แห่งองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช จึงจัดให้มีพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมสาทิสลักษณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยให้ประกอบพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์หรือพระบรมราชานุสรณ์ หากจังหวัดใดไม่มีพระบรมราชานุสาวรีย์ หรือพระบรมราชานุสรณ์ ให้อัญเชิญพระบรมรูปปั้นหรือพระบรมฉายาลักษณ์ หรือพระบรมสาทิสลักษณ์ขึ้นประดิษฐาน ณ สถานที่อันสมควรเพื่อให้ผู้แทนส่วนราชการต่าง ๆ ในจังหวัด สามารถถวายสักการะได้อย่างสมพระเกียรติ และไม่ถือเป็นวันหยุด ราชการ

ทำบุญตักบาตร
        ในวัน แม้จะไม่ตรงกับวันพระ ทำให้ชาวไทยทุกคนได้มีโอกาสทำบุญ ตักบาตร เพื่ออุทิศเป็นพระราชกุศล และ เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณขององค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งตามหน่วยงานราชการ 
ต่าง ๆ อาจจะจัดให้มีพิธีสงฆ์หรือการทำบุญ เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมนี้

จัดนิทรรศการ
        นอกจากนี้ ตามสถานศึกษา หรือหน่วยงานราชการ จะมีการจัดบอร์ด หรือจัดนิทรรศการวิชาการเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจและเผยแพร่เกี่ยวกับพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจขององค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช อันเป็นการประกาศเกียรติคุณให้ไพศาลสืบไป

เฉลิมเกียรติและน้อมรำลึก
        เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจ ทำนุบำรุงบ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนปกปักรักษาเอกราชของชาติ ซึ่งใต้ผืนดินไทยทุกตารางนิ้ว ที่ชาวไทยได้อยู่อาศัยมาจนถึงทุกวันนี้ ล้วนทาทาบด้วยเลือดของบรรพบุรุษไทย ที่ต่อสู้กับศัตรู 

การปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์จากกองทัพไทย
        เพื่อรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของ มหากษัตริย์ไทย กษัตริย์นักรบไทย และกษัตริย์ทุกพระองค์ รวมถึงเหล่าบรรพชนของไทย และทหารกล้าที่ได้สร้างวีรกรรมอันกล้าหาญ ยอมเสียสละเลือดเนื้อและชีวิต เพื่อปกป้องรักษาแผ่นดินไว้เป็นมรดกจนถึงวันนี้ ซึ่งทางกองทัพไทย มีการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่สูงสุด เป็นสถาบันที่สำคัญยิ่งแก่เหล่าทหาร กองทัพไทยจึงมีส่วนสำคัญในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์




    อันอังคารสังขาร ของกูนี้
บัดนี้ผ่านสี่ร้อยกว่าปี หามีไม่
ถึงกายกูตัวกู จะจากไป
วิญญาณไซร้ยังอยู่ คู่แผ่นดิน
    ก็แผ่นดินผืนนี้ หรือมิใช่
    ที่กูสู้กู้ไว้ ให้ลูกหลาน
    บัดนี้เหลนโหลนอยู่ สุขมานาน
    ถึงปราศปราณญาณยังอยู่ คู่พวกมึง
กู ... สู้กู้แผ่นดินไว้ ให้อิสระ
นำคนไทยสู่ชัยชนะ มิรู้สิ้น
ถึงตัวตาย(ไป)รักษ์ไว้ ซึ่งแผ่นดิน
ปณิธานนี้มิเลือน ถึงสิ้นปราณ
    แผ่นดินผืนนี้มี ความศักดิ์สิทธิ์
    แม้นมันผู้ใดคิดมุ่งร้าย ต้องตายสิ้น
    เหตุเพราะกูผู้กอบกู้ กู้แผ่นดิน
    ยังดูแลตราบสิ้น ชั่วกาลนาน
กรุงศรีฯเคยคลุกคลี ด้วยสีเลือด
แผ่นดินเดือด เลือดโลมไหล
แต่ไทยต้องคงนาม ความเป็นไทย
ถึงไม่มีใคร วิญญาณกู จะสู้เอง
[คัดลอกจากแผ่นหินอ่อนหน้าพระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชานุสรณ์]

อิติจิตตัง เอหิ เทวะตาหิ จะมหาเตโช นะระปูชิโต
โสระโส ปัจจะยา ทิปปะตินะเรโส จะ มหาราชา
เมตตา จะ กะโรติ มหาลาภัง จะทาโสตถี ภะวันตุเม
ขอพระองค์ทรงคุ้มครองทุกท่านให้ปลอดภัย
พระบรมราชานุสรณ์
ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

พระบรมราชานุสาวรีย์ ประดิษฐาน ณ ทุ่งภูเขาทองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พระบรมราชานุสรณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงหลั่งน้ำลงสู่แผ่นดินด้วยสุวรรณภิงคาร ณ มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก

พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ 
จังหวัดสุพรรณบุรี

พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์
จังหวัดกาญจนบุรี

ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม
จังหวัดพิษณุโลก

พระบรมราชานุสาวรีย์ ณ อุทยาน
ราชภักดิ์ หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

พระบรมราชานุสรณ์ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ จังหวัดสระแก้ว

พระบรมราชานุสรณ์ ณ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดพิษณุโลก
เป็นที่ตั้งของกองบัญชาการ
กองทัพภาคที่ ๓

พระบรมราชานุสรณ์ในศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ พระราชวังจันทน์ จังหวัดพิษณุโลก

ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่ริม
หนองบัวลำภู ในจังหวัดหนองบัวลำภู

พระราชประวัติ >>> คลิก
Comments